เคยสงสัยไหมว่าทำไมรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ใช้งานคล้ายกัน แต่เวลาเช็กเบี้ยประกันกลับได้ราคาต่างกันหลายพันบาท?
ความจริงแล้ว “เบี้ยประกันภัย” ถูกคำนวณจากหลายปัจจัยที่แต่ละบริษัทใช้ไม่เหมือนกัน วันนี้ INSpection จะพามาไขข้อสงสัยกันครับ
1. นโยบายการคำนวณความเสี่ยงของแต่ละบริษัท
แต่ละบริษัทประกันมี “สูตรคำนวณความเสี่ยง” ของตัวเอง
เช่น บางแห่งให้ความสำคัญกับอัตราการเกิดอุบัติเหตุของรถรุ่นนั้น
บางแห่งให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการเคลมของผู้ขับขี่
จึงทำให้เบี้ยประกันของรถรุ่นเดียวกัน “ต่างกันได้” แม้ข้อมูลอื่นคล้ายกัน
2. ประวัติการขับขี่และการเคลมของเจ้าของรถ
ถ้าคุณเคยมีประวัติ “เคลมบ่อย” หรือ “เคลมซ้ำ”
ระบบของบริษัทประกันจะมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า ทำให้เบี้ยแพงขึ้น
แต่ถ้ามีประวัติดี ไม่มีเคลมตลอดปี — เบี้ยต่ออาจถูกลงได้ถึง 10–20%
3. พื้นที่ใช้งานหลักของรถ
รถที่ใช้ในเขตเมืองใหญ่ (เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ขอนแก่น)
มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าพื้นที่ต่างจังหวัด
จึงทำให้เบี้ยประกัน “ในเมืองแพงกว่า” แม้เป็นรถรุ่นเดียวกัน
4. อัตราค่าแรงและอะไหล่ในศูนย์ซ่อม
บริษัทที่มี “อู่หรือศูนย์ซ่อมพาร์ทเนอร์” จำนวนมาก
จะสามารถเสนอเบี้ยถูกกว่า เพราะควบคุมต้นทุนซ่อมได้
แต่บางบริษัทที่ใช้ศูนย์ซ่อมมาตรฐานเฉพาะ — ค่าเบี้ยก็อาจสูงกว่า
5. โปรโมชั่นและเงื่อนไขส่วนลดเฉพาะช่วง
บางช่วงบริษัทประกันอาจจัดโปรโมชั่นลดเบี้ย
เช่น ลดพิเศษสำหรับรถรุ่นยอดนิยม หรือส่วนลดลูกค้าเก่า
ทำให้ราคาเบี้ยที่เห็น “ไม่เท่ากัน” ทั้งที่รายละเอียดหลักเหมือนกัน
เลือกประกันที่ “เหมาะกับคุณ” มากกว่าดูแค่ราคาถูก
เบี้ยประกันที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่าเสมอไป
สิ่งสำคัญคือควรดู เงื่อนไขความคุ้มครอง, ความรวดเร็วในการเคลม, และบริการหลังการขาย
INSpection พร้อมช่วยคุณเปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลายบริษัท
เพื่อหาตัวเลือกที่ คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานของคุณที่สุด
ให้ INSpection ดูแลการต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และทำประกันให้คุณ ครบ จบ ในที่เดียว
ตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์
#พรบ. ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท
บริการรับชำระภาษีรถประจำปี
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่
Line : @iddrives (มี@ข้างหน้า)
: 098 261 0126
อีเมล : iddm@iddrives.co.th




