เวลาขึ้นรถแล้วเห็น “ไฟเตือนสีแดง เหลือง หรือส้ม” บนหน้าปัด
หลายคนอาจเลือก “ไม่สนใจ” เพราะคิดว่ารถยังขับได้
แต่รู้ไหม? ไฟเล็ก ๆ เหล่านี้อาจเป็น “สัญญาณเตือนสำคัญ”
ที่ช่วยป้องกันความเสียหายใหญ่และอุบัติเหตุได้เลยทีเดียว!

1. ไฟเตือนเครื่องยนต์ (Check Engine)
ความหมาย: ระบบเครื่องยนต์มีปัญหา เช่น เซ็นเซอร์เสีย หัวเทียนมีปัญหา หรือเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ
สิ่งที่ควรทำ: ควรนำรถเข้าศูนย์หรืออู่ตรวจเช็กทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เครื่องยนต์พังได้

2. ไฟเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
ความหมาย: ลมยางของล้อใดล้อหนึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
สิ่งที่ควรทำ: ตรวจเช็กลมยางทั้ง 4 ล้อ รวมถึงยางอะไหล่

3. ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง
ความหมาย: น้ำมันเครื่องต่ำ หรือปั๊มน้ำมันเครื่องทำงานผิดปกติ
สิ่งที่ควรทำ: ห้ามขับต่อ! ให้ดับเครื่องทันที แล้วตรวจระดับน้ำมันเครื่อง

4. ไฟเตือนระบบเบรก
ความหมาย: ผ้าเบรกสึก หรือระบบเบรกมีความผิดปกติ
สิ่งที่ควรทำ: ตรวจน้ำมันเบรก และอย่าขับต่อหากไฟไม่ดับ

5. ไฟเตือนแบตเตอรี่
ความหมาย: ระบบชาร์จไฟมีปัญหา เช่น ไดชาร์จหรือสายพานชำรุด
สิ่งที่ควรทำ: ขับต่อได้ระยะสั้น ๆ เท่านั้น ควรเข้าศูนย์ให้เร็วที่สุด

6. ไฟเตือนถุงลมนิรภัย (Airbag)
ความหมาย: ระบบถุงลมนิรภัยทำงานผิดปกติ
สิ่งที่ควรทำ: ควรรีบตรวจเช็ก เพราะอาจไม่ทำงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

7. ไฟเตือนระบบ ABS
ความหมาย: ระบบป้องกันล้อล็อกทำงานผิดพลาด
สิ่งที่ควรทำ: ยังขับต่อได้ แต่ระบบ ABS จะไม่ทำงาน — เสี่ยงต่อการลื่นไถลเวลาเบรกแรง ๆ
ไฟเตือนแต่ละดวงบนหน้าปัดไม่ได้ขึ้นมาลอย ๆ
ทุกดวงมี “เหตุผล” และ “ความเสี่ยง” ที่คุณควรรีบตรวจเช็ก
หมั่นตรวจสภาพรถเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล
เพราะ “รู้ทันก่อนเกิดปัญหา” ช่วยประหยัดค่าซ่อมและปลอดภัยมากกว่าแน่นอน!
หากไม่มั่นใจเรื่องการตรวจสภาพรถ
แวะมาได้ที่ ตรอ. INSpection — ตรวจสภาพ ต่อ พ.ร.บ. ภาษี และประกันภัยครบจบที่เดียว
ให้ INSpection ดูแลการต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และทำประกันให้คุณ ครบ จบ ในที่เดียว
ตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์
#พรบ. ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท
บริการรับชำระภาษีรถประจำปี
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่
Line : @idsit (มี@ข้างหน้า)
: 098 261 0126
อีเมล : iddm@iddrives.co.th




