ช่วงหน้าฝนหรือฤดูมรสุมแบบนี้ หลายพื้นที่มักเจอกับปัญหาน้ำท่วม ลมแรง หรือแม้แต่ลูกเห็บตก
ซึ่งสร้างความเสียหายให้ทั้ง บ้านพักอาศัย และ รถยนต์ แต่รู้หรือไม่ว่า…
ไม่ใช่ทุกประกันจะคุ้มครองภัยธรรมชาติ!
ประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองภัยธรรมชาติหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับ ประเภทของประกันที่คุณเลือกทำ ครับ
- ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
คุ้มครองเกือบทุกกรณี รวมถึงภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลูกเห็บ พายุ หรือต้นไม้ล้มใส่รถ
ยกเว้นบางกรณีที่ผู้เอาประกันจงใจขับลุยน้ำหรือฝ่าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม - ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+, 3+
คุ้มครองเฉพาะกรณี “ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น”
ไม่คุ้มครองภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม หรือวัตถุตกใส่ - ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือ 3 ธรรมดา
ไม่ครอบคลุมภัยธรรมชาติใด ๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้น หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือมีความเสี่ยง ควรเลือก “ประกันชั้น 1”
หรือซื้อ “ความคุ้มครองเพิ่มเติม (ภัยธรรมชาติ)” เพื่อความอุ่นใจในระยะยาวครับ
ประกันภัยบ้าน คุ้มครองภัยธรรมชาติหรือไม่?
กรณีบ้านเสียหาย เช่น หลังคาปลิว น้ำรั่ว น้ำท่วม
จะขึ้นอยู่กับ “เงื่อนไขในกรมธรรม์” เช่นกัน
- ประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป อาจไม่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ
- แต่ถ้าเป็น ประกันภัยบ้านแบบ Comprehensive (คุ้มครองครอบคลุม)
จะคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม, พายุ, ฟ้าผ่า, แผ่นดินไหว และไฟไหม้
เคล็ดลับ: ก่อนทำประกันควรถามบริษัทหรือโบรกเกอร์โดยตรง
ว่ากรมธรรม์นั้น “คุ้มครองภัยธรรมชาติหรือไม่” และในวงเงินเท่าใด
- รถยนต์: ควรเลือกประกันชั้น 1 หรือมีความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม
- บ้าน: ควรเลือกประกันบ้านที่ครอบคลุมภัยธรรมชาติ
- อ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนซื้อ เพื่อไม่ให้พลาดตอนเกิดเหตุจริง
ให้ INSpection ดูแลการต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และทำประกันให้คุณ ครบ จบ ในที่เดียว
ตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์
#พรบ. ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท
บริการรับชำระภาษีรถประจำปี
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่
Line : @idsit (มี@ข้างหน้า)
: 098 261 0126
อีเมล : iddm@iddrives.co.th




