ทำไมเบี้ยประกันรถยนต์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน? ปัจจัยอะไรเป็นตัวกำหนดราคา

ทำไมเบี้ยประกันรถยนต์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน? ปัจจัยอะไรเป็นตัวกำหนดราคา

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่เจ้าของรถแต่ละคนกลับได้รับ เบี้ยประกันรถยนต์ไม่เท่ากัน? บางคนจ่ายหลักพัน บางคนจ่ายหลักหมื่น ทั้งที่ดูเหมือนจะเลือกความคุ้มครองใกล้เคียงกัน

ความจริงแล้วบริษัทประกันไม่ได้คำนวณเบี้ยจาก “รุ่นรถ” เพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการเกิดความเสียหายของรถแต่ละคัน

1. รุ่นและมูลค่าของรถ

ปัจจัยแรกที่มีผลต่อเบี้ยประกันคือ มูลค่ารถยนต์และค่าซ่อม

รถที่มีราคาสูง หรือมีอะไหล่และค่าซ่อมแพง บริษัทประกันอาจมีต้นทุนในการรับความเสี่ยงสูงกว่ารถทั่วไป จึงทำให้เบี้ยประกันแตกต่างกัน

นอกจากนี้ รถบางรุ่นอาจมีค่าอะไหล่สูง มีระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก หรือจำเป็นต้องซ่อมกับศูนย์บริการเฉพาะทาง ปัจจัยเหล่านี้ก็สามารถส่งผลต่อราคาประกันได้เช่นกัน

2. อายุของรถ

รถใหม่กับรถที่มีอายุหลายปีอาจมีเงื่อนไขการรับประกันและค่าเบี้ยแตกต่างกัน

รถใหม่มักมีมูลค่าทรัพย์สินสูง ขณะที่รถเก่าอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพรถและค่าเสื่อมสภาพเพิ่มขึ้น บริษัทประกันจึงต้องพิจารณาอายุรถร่วมกับประเภทประกันและเงื่อนไขการรับประกัน

ดังนั้นจึงไม่ควรคิดว่า รถยิ่งเก่า เบี้ยต้องถูกลงเสมอไป

3. ประเภทของประกันภัย

ประเภทประกันที่เลือกมีผลโดยตรงต่อราคา เช่น

  • ประกันชั้น 1
  • ประกัน 2+
  • ประกัน 3+
  • ประกันชั้น 3

ความคุ้มครองของแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน ยิ่งมีความคุ้มครองครอบคลุมมาก เบี้ยประกันโดยทั่วไปก็มีแนวโน้มสูงขึ้น

ก่อนเลือกประกันจึงควรดูว่าเราใช้งานรถอย่างไร และต้องการความคุ้มครองระดับไหน ไม่ใช่เลือกจากราคาอย่างเดียว

4. ลักษณะการใช้งานรถ

รถที่ใช้ส่วนตัวกับรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์อาจมีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น รถที่ใช้เดินทางไปทำงานเป็นประจำ รถที่ใช้ส่งสินค้า หรือรถที่ต้องเดินทางเป็นระยะทางจำนวนมาก ย่อมมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากรถที่ขับเฉพาะวันหยุด

การแจ้งลักษณะการใช้งานให้ตรงกับความเป็นจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาความเสี่ยงและเงื่อนไขกรมธรรม์

5. อายุและประวัติของผู้ขับขี่

ในบางรูปแบบการประกัน บริษัทอาจนำข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขับขี่ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์มาพิจารณาประกอบการคำนวณเบี้ย

ประสบการณ์ในการขับรถ อายุ และประวัติการเกิดอุบัติเหตุ ล้วนเป็นข้อมูลที่สามารถเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยง

จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนสองคนซึ่งใช้รถรุ่นเดียวกัน อาจได้รับข้อเสนอเบี้ยประกันแตกต่างกัน

6. ประวัติการเคลม

ประวัติการเคลม เป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบต่อประกัน

หากผู้เอาประกันมีประวัติการขับขี่ที่ดีและมีประวัติการเคลมน้อยหรือไม่มีการเคลมในลักษณะที่ส่งผลต่อเบี้ย ก็อาจมีโอกาสได้รับส่วนลดหรือเงื่อนไขที่แตกต่างจากผู้ที่มีประวัติการเคลมจำนวนมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์

7. ค่าเสียหายส่วนแรก

บางกรมธรรม์มีการกำหนด ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible หรือ Excess ตามเงื่อนไข) ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบเองในกรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด

การเลือกแผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรกอาจทำให้เบี้ยประกันลดลงได้ในบางกรณี แต่ผู้เอาประกันควรทำความเข้าใจเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

8. พื้นที่และลักษณะการใช้รถ

พื้นที่ที่รถใช้งานเป็นประจำ รวมถึงลักษณะการเดินทาง อาจเกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงของบริษัทประกัน

รถที่ต้องใช้งานในพื้นที่การจราจรหนาแน่น หรือเดินทางเป็นประจำ อาจมีโอกาสเกิดเหตุแตกต่างจากรถที่ใช้งานน้อยหรือเดินทางในเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจริงจะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัทและผลิตภัณฑ์ประกันภัย

9. ความคุ้มครองและทุนประกันที่เลือก

อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ ทุนประกันและรายละเอียดความคุ้มครอง

การเลือกทุนประกันที่สูงขึ้น หรือเพิ่มความคุ้มครองบางรายการ ย่อมส่งผลต่อต้นทุนของกรมธรรม์

ดังนั้นเวลานำเบี้ยของบริษัทหนึ่งไปเปรียบเทียบกับอีกบริษัทหนึ่ง ควรดูรายละเอียดให้ครบ ไม่ควรดูเพียงตัวเลขเบี้ยประกันที่ถูกกว่า

10. บริษัทประกันแต่ละแห่งมีหลักเกณฑ์ไม่เหมือนกัน

แม้รถคันเดียวกันและข้อมูลผู้ขับขี่เหมือนกัน แต่เบี้ยจากบริษัทประกันแต่ละแห่งอาจไม่เท่ากัน เพราะแต่ละบริษัทมีวิธีประเมินความเสี่ยง โครงสร้างต้นทุน โปรโมชั่น เครือข่ายอู่หรือศูนย์บริการ และเงื่อนไขผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน

เพราะฉะนั้นการเปรียบเทียบประกันจึงควรดู “ราคา + ความคุ้มครอง + เงื่อนไข” ไปพร้อมกัน

สรุป

เบี้ยประกันรถยนต์ไม่ได้กำหนดจากราคาหรือรุ่นรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการนำปัจจัยหลายด้านมาประเมินร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น รุ่นและอายุรถ ประเภทประกัน ลักษณะการใช้งาน ผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขของบริษัทประกัน

ดังนั้น หากได้รับเบี้ยประกันที่แตกต่างจากคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทประกันคิดราคาไม่เหมือนกันอย่างไม่มีเหตุผล แต่อาจเป็นเพราะรายละเอียดความเสี่ยงและความคุ้มครองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ก่อนต่อประกันครั้งต่อไป ลองขอใบเสนอราคามาเปรียบเทียบมากกว่าหนึ่งตัวเลือก และตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองให้ครบ เพราะ ประกันที่ถูกที่สุดอาจไม่ใช่ประกันที่เหมาะที่สุดกับการใช้งานของคุณ

📍

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

📞

โทร : 098-261-0126

💬

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

📧

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

📍

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่

อุบัติเหตุชนแล้วหนี ผู้บาดเจ็บจะใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. จากไหน?

อุบัติเหตุชนแล้วหนี ผู้บาดเจ็บจะใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. จากไหน?

อุบัติเหตุ “ชนแล้วหนี” เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให […]

รถถูกชนแล้วคู่กรณีไม่มีประกัน ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?

รถถูกชนแล้วคู่กรณีไม่มีประกัน ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น […]

รถมีควันดำจากท่อไอเสีย เกิดจากอะไร และเกี่ยวกับการตรวจสภาพอย่างไร?

รถมีควันดำจากท่อไอเสีย เกิดจากอะไร และเกี่ยวกับการตรวจสภาพอย่างไร?

เคยสังเกตไหมว่าเวลารถเร่งเครื่องแล้วมี ควันดำพุ่งออกจาก […]