ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เหลือใครเป็นผู้รับผิดชอบ?

ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เหลือใครเป็นผู้รับผิดชอบ?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้ความปลอดภัยก็คือ ค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะกรณีที่บาดเจ็บค่อนข้างรุนแรงและมีค่าใช้จ่ายสูง จนเกินวงเงินที่ พ.ร.บ. รถยนต์ให้ความคุ้มครอง

คำถามสำคัญคือ

“ถ้า พ.ร.บ. จ่ายไม่หมด แล้วเงินส่วนที่เหลือใครต้องจ่าย?”

คำตอบคือ ไม่ได้หมายความว่าผู้บาดเจ็บต้องควักเงินจ่ายเองทั้งหมดเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายต้องรับผิด และผู้บาดเจ็บมีสิทธิจากความคุ้มครองส่วนอื่นหรือไม่


พ.ร.บ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าไร?

พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย

ในส่วนของ ค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีบาดเจ็บ ปัจจุบันกำหนดค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด

นอกจากนี้ หากเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ยังมีวงเงินคุ้มครองกรณีบาดเจ็บและกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง

“ค่าเสียหายเบื้องต้น”
กับ
“ค่าสินไหมทดแทนตามความคุ้มครอง”

เพราะเป็นคนละส่วนกัน


ถ้าค่ารักษา 100,000 บาท พ.ร.บ. จ่ายไม่หมด แล้วใครจ่าย?

ลองสมมติว่า

นาย ก ขับรถเกิดอุบัติเหตุ
มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ
โรงพยาบาลเรียกค่ารักษา 100,000 บาท
พ.ร.บ. เข้ามารับผิดชอบตามสิทธิและวงเงินที่กฎหมายกำหนด

เงินส่วนที่เกินจากความคุ้มครอง พ.ร.บ. ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าผู้บาดเจ็บต้องจ่ายเอง

ต้องดูต่อว่า

1. มีฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือไม่

หากอุบัติเหตุเกิดจากความประมาทหรือการกระทำของบุคคลอื่น ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจาก ผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ได้

ส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ. จึงอาจเรียกร้องจากฝ่ายที่ต้องรับผิดได้ตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย


ถ้าคู่กรณีมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจล่ะ?

กรณีนี้อาจช่วยให้การชดเชยความเสียหายมีความครอบคลุมมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น

รถ A ขับชนรถ B และผู้โดยสารรถ B ได้รับบาดเจ็บ

หากรถ A มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่มีความคุ้มครอง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก บริษัทประกันของรถ A อาจเข้ามารับผิดชอบค่าสินไหมในส่วนที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและวงเงินของกรมธรรม์

ดังนั้นผู้บาดเจ็บอาจมีสิทธิได้รับการชดเชยจาก

พ.ร.บ. + ประกันภัยภาคสมัครใจของฝ่ายที่ต้องรับผิด + การเรียกร้องจากผู้รับผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของแต่ละกรณี


แล้วถ้าคู่กรณีไม่มีประกันภาคสมัครใจ?

นี่เป็นกรณีที่หลายคนกังวล

หากคู่กรณีมีเพียง พ.ร.บ. แต่ไม่มีประกันชั้น 1, 2+, 3+ หรือ 3 การที่ค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าวงเงิน พ.ร.บ. ไม่ได้ทำให้หนี้ส่วนที่เหลือหายไป

หากมีผู้ที่ต้องรับผิด ผู้เสียหายยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับผิดตามกฎหมายได้

พูดง่าย ๆ คือ

พ.ร.บ. ช่วยจ่ายตามสิทธิของ พ.ร.บ.

ส่วนความเสียหายที่เหลือ ต้องดูว่า ใครมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายและมีความคุ้มครองอื่นมารองรับหรือไม่


ถ้าผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายผิดเองล่ะ?

กรณีนี้ต้องระวัง เพราะสิทธิของผู้ขับขี่รถคันที่ทำ พ.ร.บ. กับสิทธิของบุคคลอื่นไม่ได้เหมือนกัน

โดยหลัก หากเป็น ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยและเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ของรถคันนั้นมีข้อจำกัด โดยผู้ขับขี่จะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์

ดังนั้น หากค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าจำนวนดังกล่าว ก็ไม่ควรเข้าใจว่า พ.ร.บ. จะจ่ายให้ทั้งหมด

ในกรณีนี้อาจต้องพิจารณาสิทธิการรักษาพยาบาลหรือความคุ้มครองอื่นของผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมตามสิทธิที่มี


ผู้โดยสารในรถฝ่ายผิดได้รับความคุ้มครองไหม?

ผู้โดยสารกับผู้ขับขี่เป็นคนละกรณีกัน

สมมติว่า

รถ A เป็นฝ่ายผิด
คนขับรถ A บาดเจ็บ
ผู้โดยสารรถ A บาดเจ็บ

การที่คนขับเป็นฝ่ายผิด ไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารกลายเป็นฝ่ายผิดไปด้วย

ผู้โดยสารถือเป็นผู้ประสบภัยและสามารถใช้สิทธิ พ.ร.บ. ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้

หากค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าวงเงิน พ.ร.บ. ก็ต้องพิจารณาต่อว่า มีฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายเพิ่มเติมหรือมีสิทธิจากแหล่งอื่นหรือไม่


แล้วประกันสุขภาพใช้ร่วมได้หรือไม่?

ในบางกรณี ผู้บาดเจ็บอาจมีสิทธิจากระบบหรือกรมธรรม์อื่น เช่น

  • สิทธิการรักษาพยาบาลของตนเอง
  • ประกันสุขภาพ
  • ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
  • สวัสดิการของหน่วยงานหรือนายจ้าง

แต่สิทธิแต่ละประเภทมีเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงควรสอบถามโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าผู้บาดเจ็บสามารถใช้สิทธิใดเพิ่มเติมได้บ้าง

พ.ร.บ. ไม่ใช่ความคุ้มครองประเภทเดียวที่ผู้บาดเจ็บอาจมี


อย่าสับสน “วงเงิน พ.ร.บ.” กับ “ค่าเสียหายที่เรียกร้องได้ทั้งหมด”

เรื่องนี้สำคัญมาก

สมมติผู้บาดเจ็บมีค่าเสียหายรวม 300,000 บาท แต่ พ.ร.บ. มีวงเงินคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ไม่ได้หมายความว่า

300,000 บาท − เงิน พ.ร.บ. = ผู้บาดเจ็บต้องจ่ายส่วนต่างเองเสมอ

เพราะต้องดูว่า

  • ใครเป็นฝ่ายผิด
  • ใครเป็นผู้ต้องรับผิด
  • มีประกันภาคสมัครใจหรือไม่
  • กรมธรรม์คุ้มครองเท่าไร
  • ผู้บาดเจ็บมีสิทธิอื่นหรือไม่
  • ความเสียหายแต่ละรายการคืออะไร

ดังนั้น วงเงิน พ.ร.บ. ไม่ใช่เพดานความรับผิดของผู้ก่อเหตุในทุกกรณี


หากค่ารักษาสูง ควรทำอย่างไร?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ สิ่งที่ควรทำคือ

1. เข้ารับการรักษาโดยเร็ว

อย่าชะลอการรักษาเพียงเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

2. แจ้งโรงพยาบาลว่าเกิดจากอุบัติเหตุทางรถ

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ พ.ร.บ. และดำเนินการตามขั้นตอน

3. ตรวจสอบว่ารถมี พ.ร.บ. กับบริษัทใด

หากไม่ทราบ สามารถสอบถามหน่วยงานหรือช่องทางที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาข้อมูล

4. เก็บเอกสารทั้งหมด

เช่น

  • ใบรับรองแพทย์
  • ใบเสร็จค่ารักษา
  • เอกสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุ
  • สำเนากรมธรรม์
  • เอกสารจากบริษัทประกัน
  • หลักฐานความเสียหาย

5. หากมีคู่กรณี ให้ตรวจสอบประกันภาคสมัครใจด้วย

เพราะอาจมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.


ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบส่วนที่เกิน ต้องทำอย่างไร?

หากผู้บาดเจ็บเห็นว่าตนมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถตกลงกับผู้ที่ต้องรับผิดหรือบริษัทประกันได้ ควรขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน คปภ. หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อพิจารณาสิทธิเป็นรายกรณี

เพราะรายละเอียดของอุบัติเหตุแต่ละเหตุแตกต่างกันมาก การตัดสินว่าใครต้องรับผิดส่วนที่เกินจำเป็นต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบ


สรุป

ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน พ.ร.บ. ไม่ได้หมายความว่าผู้บาดเจ็บต้องจ่ายส่วนที่เหลือเองเสมอไป

ต้องดูต่อว่าอุบัติเหตุเกิดจากใคร ใครเป็นผู้รับผิด มีประกันภัยภาคสมัครใจหรือไม่ และผู้บาดเจ็บมีสิทธิจากแหล่งอื่นหรือไม่

จำง่าย ๆ ว่า

พ.ร.บ. = ความคุ้มครองพื้นฐานตามกฎหมาย
ส่วนที่เกิน = ต้องพิจารณาความรับผิดและความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม

ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุและมีค่ารักษาพยาบาลสูง อย่าเพิ่งสรุปว่าต้องควักเงินส่วนต่างเองทั้งหมด ควรตรวจสอบสิทธิ พ.ร.บ. ประกันภัยภาคสมัครใจ และความรับผิดของคู่กรณีให้ครบก่อนครับ

📍

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

📞

โทร : 098-261-0126

💬

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

📧

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

📍

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่

จอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ทำไมกลับมาใช้แล้วถึงมีปัญหา?

จอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ทำไมกลับมาใช้แล้วถึงมีปัญหา?

หลายคนเข้าใจว่า “รถไม่ได้ใช้งานก็น่าจะไม่สึก” เพราะไม่ม […]

5 พฤติกรรมที่ทำให้รถเสื่อมเร็วกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว

5 พฤติกรรมที่ทำให้รถเสื่อมเร็วกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว

รถยนต์เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง และเจ้าของรถส่วนใหญ่ม […]

ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เหลือใครเป็นผู้รับผิดชอบ?

ค่ารักษาพยาบาลเกินวงเงิน พ.ร.บ. ส่วนที่เหลือใครเป็นผู้รับผิดชอบ?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้ความปลอดภัย […]