เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว แต่พอจะใช้สิทธิ์กลับนึกขึ้นได้ว่า “พ.ร.บ. ของรถคันนี้ทำไว้กับบริษัทไหน?”
บางคนไม่มีสำเนากรมธรรม์ บางคนซื้อรถมือสองมาและไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมทำ พ.ร.บ. ไว้กับบริษัทใด หรือบางครั้งเอกสารอยู่ที่บ้านแต่เกิดเหตุอยู่อีกจังหวัด
แล้วแบบนี้ต้องทำอย่างไร?
🚨 ไม่มีเอกสาร พ.ร.บ. ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบ
ปัจจุบันข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับมีการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบกลางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย คปภ. กำลังยกระดับระบบข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับให้มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการมีประกันภัยและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้สะดวกขึ้น
ดังนั้น หากจำไม่ได้ว่า พ.ร.บ. อยู่กับบริษัทใด ไม่ควรรีบสรุปว่ารถไม่มี พ.ร.บ.
🔎 วิธีตรวจสอบว่ารถมี พ.ร.บ. กับบริษัทไหน
วิธีที่ 1 ตรวจสอบผ่านข้อมูลของ คปภ.
สามารถใช้บริการของสำนักงาน คปภ. โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์ม “คปภ. รอบรู้” หรือ OICConnect ซึ่งมีบริการ “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” สำหรับตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยถือครองจากบริษัทประกันภัยต่าง ๆ
ช่องทางนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าตนเองทำประกันไว้กับบริษัทใด หรือเอกสารกรมธรรม์สูญหาย
วิธีที่ 2 ติดต่อสำนักงาน คปภ.
หากไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตัวเอง สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อสอบถามแนวทางตรวจสอบข้อมูลและสิทธิของผู้ประสบภัยจากรถได้
โดยสามารถสอบถาม สายด่วน คปภ. 1186 หรือสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ได้
วิธีที่ 3 ติดต่อกรมการขนส่งทางบก
กรมการขนส่งทางบกมีบริการเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ และระบบการชำระภาษีประจำปีมีการตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. โดยเชื่อมต่อกับระบบของ คปภ.
หากต้องการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ สามารถติดต่อสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–5 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดและสาขาทั่วประเทศได้
📄 ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้ว ควรเตรียมข้อมูลอะไรไว้?
หากต้องตรวจสอบ พ.ร.บ. หลังเกิดเหตุ ควรเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรถและผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด เช่น
- หมายเลขทะเบียนรถ
- เลขตัวถังรถ หากมี
- ชื่อเจ้าของรถ
- บัตรประชาชนของผู้ประสบภัย
- วันและเวลาที่เกิดเหตุ
- สถานที่เกิดเหตุ
- เอกสารจากโรงพยาบาล
- บันทึกประจำวันหรือเอกสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมี
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิเป็นไปได้สะดวกขึ้น
🏥 ถ้าผู้บาดเจ็บต้องรักษาทันที ทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุคือ ให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาก่อน
ไม่ควรรอให้ค้นหาเอกสาร พ.ร.บ. จนทำให้การรักษาล่าช้า
หลังจากผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลแล้ว จึงดำเนินการตรวจสอบข้อมูล พ.ร.บ. และประสานบริษัทประกันภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้สิทธิต่อไป
⚠️ แล้วถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า “ไม่มี พ.ร.บ.” ล่ะ?
หากเกิดอุบัติเหตุจากรถที่ไม่มี พ.ร.บ. หรือไม่สามารถเรียกร้องจากผู้รับประกันภัยได้ในบางกรณี ผู้ประสบภัยอาจมีสิทธิขอรับ ค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่ากรณีที่รถไม่มี พ.ร.บ. หรือกรณีรถชนแล้วหนีและเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ประสบภัยสามารถขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้
ดังนั้น “หาไม่เจอว่าทำกับบริษัทไหน” กับ “ไม่มี พ.ร.บ.” เป็นคนละเรื่องกัน
ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อน
✅ สรุป
ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วจำไม่ได้ว่า พ.ร.บ. ของรถทำไว้กับบริษัทไหน อย่าเพิ่งตกใจ และอย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีความคุ้มครอง
ให้เริ่มจาก
ตรวจสอบข้อมูล → ติดต่อ คปภ. → ตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง → เตรียมเอกสาร → ดำเนินการใช้สิทธิ
และที่สำคัญ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะเรื่องเอกสารและการตรวจสอบสิทธิสามารถดำเนินการต่อภายหลังได้
รู้ว่ารถมี พ.ร.บ. แล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือรู้ว่า “ทำไว้ที่ไหน” และ “ใช้สิทธิอย่างไร” เมื่อเกิดเหตุ

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

โทร : 098-261-0126

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่




