รถมีเสียงกึก ๆ เวลาเลี้ยว สัญญาณเตือนจากช่วงล่างหรือไม่?

รถมีเสียงกึก ๆ เวลาเลี้ยว สัญญาณเตือนจากช่วงล่างหรือไม่?

เคยไหม? เวลาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเลี้ยวเข้าซอย กลับรถ หรือถอยเข้าจอด แล้วได้ยินเสียง “กึก ๆ” “ก๊อก ๆ” หรือ “แกร๊ก ๆ” ดังมาจากบริเวณล้อ

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่ยังขับต่อได้ แต่ความจริงแล้ว เสียงผิดปกติขณะเลี้ยวอาจเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง ซึ่งมีหน้าที่สำคัญต่อการควบคุมรถ

โดยเฉพาะถ้าเสียงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการพวงมาลัยสั่น รถดึง หรือควบคุมรถไม่เหมือนเดิม ก็ควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยเร็ว

เสียงกึก ๆ ตอนเลี้ยว เกิดจากอะไรได้บ้าง?

เสียงลักษณะนี้ไม่ได้มีสาเหตุเดียว และไม่สามารถบอกได้จากเสียงเพียงอย่างเดียวว่าชิ้นส่วนใดเสีย แต่มีหลายจุดที่ควรตรวจสอบ

1. ลูกหมากช่วงล่างเริ่มหลวม

ลูกหมากเป็นชิ้นส่วนที่ช่วยให้ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสามารถเคลื่อนที่สัมพันธ์กันได้

เมื่อใช้งานไปนาน ๆ หรือผ่านหลุมบ่อและถนนขรุขระบ่อย ๆ ลูกหมากอาจเกิดการสึกหรอหรือมีระยะหลวม

อาการที่อาจพบคือ เสียงกึกหรือก๊อกเมื่อเลี้ยวหรือผ่านพื้นผิวขรุขระ รวมถึงอาจรู้สึกว่าพวงมาลัยไม่แน่นเหมือนเดิม

หากสงสัยว่าลูกหมากมีปัญหา ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วงล่างและการควบคุมทิศทางรถ

2. ลูกหมากคันชักหรือปลายแร็คมีระยะ

ระบบบังคับเลี้ยวมีชิ้นส่วนหลายตัวที่เชื่อมต่อการหมุนพวงมาลัยเข้ากับล้อ

หากลูกหมากคันชักหรือปลายแร็คเกิดการสึกหรอ อาจมีเสียงดังขณะหมุนพวงมาลัยหรือขณะรถเคลื่อนตัว

บางคันอาจมีอาการร่วม เช่น พวงมาลัยมีระยะฟรี รถไม่นิ่ง หรือรู้สึกว่าต้องคอยแก้พวงมาลัยขณะขับ

หากมีอาการเหล่านี้ควรให้ช่างตรวจสอบ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบบังคับเลี้ยว

3. ลูกปืนเบ้าโช้คหรือเบ้าโช้คมีปัญหา

บริเวณด้านบนของชุดโช้คอัพมีชิ้นส่วนที่ช่วยให้ชุดโช้คสามารถหมุนตามการเลี้ยวของพวงมาลัยได้

หากชิ้นส่วนบริเวณเบ้าโช้คหรือส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องเกิดการสึกหรอ อาจทำให้เกิดเสียง กึก ๆ หรือดังสะดุดขณะหมุนพวงมาลัย โดยเฉพาะตอนจอดหรือเลี้ยวด้วยความเร็วต่ำ

บางครั้งอาจรู้สึกว่าพวงมาลัยหมุนไม่ลื่นเหมือนเดิมด้วย

4. เพลาขับหรือหัวเพลาขับสึกหรอ

กรณีนี้พบได้บ่อยในรถขับเคลื่อนล้อหน้า

หากหัวเพลาขับหรือข้อต่อ CV Joint มีปัญหา อาจเกิดเสียง “แกร๊ก ๆ” หรือ “กึก ๆ” โดยเฉพาะตอนเลี้ยวสุดพร้อมกับเร่งเครื่อง

ลักษณะเสียงที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ระหว่างเลี้ยวและเร่งรถ เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่างสามารถใช้ช่วยวิเคราะห์สาเหตุได้

หากพบอาการลักษณะนี้ ไม่ควรฝืนใช้งานต่อเป็นเวลานานโดยไม่ตรวจสอบ

5. บุชช่วงล่างเสื่อม

บุชหรือยางรองในระบบช่วงล่างช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและช่วยให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ เคลื่อนตัวในตำแหน่งที่เหมาะสม

เมื่อยางเสื่อม แข็ง หรือฉีกขาด อาจเกิดเสียงกึกหรือก๊อกเมื่อรถเลี้ยว ออกตัว เบรก หรือผ่านพื้นผิวขรุขระ

รถที่ใช้งานมานานหรือวิ่งบนถนนที่มีหลุมบ่อเป็นประจำควรให้ความสำคัญกับจุดนี้เป็นพิเศษ

เสียงแบบไหนควรรีบตรวจ?

ไม่ใช่เสียงทุกครั้งที่จะหมายถึงความเสียหายรุนแรง แต่ถ้าเสียงกึก ๆ มาพร้อมกับอาการต่อไปนี้ ควรนำรถไปตรวจโดยเร็ว

  • พวงมาลัยมีระยะฟรีมากขึ้น
  • พวงมาลัยสั่น
  • รถดึงซ้ายหรือขวา
  • รถรู้สึกไม่นิ่งเวลาใช้ความเร็ว
  • ได้ยินเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีเสียงร่วมกับการกระแทกหรือผ่านหลุม
  • ยางสึกผิดปกติ
  • รู้สึกว่าการควบคุมรถเปลี่ยนไป

หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอให้เสียงดังจนชัดเจนมาก เพราะชิ้นส่วนช่วงล่างบางอย่างมีผลต่อการควบคุมรถโดยตรง

ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าเสียงเกิดตอนไหน

ก่อนนำรถไปให้ช่างตรวจ เจ้าของรถสามารถจดจำลักษณะอาการไว้ได้ เพราะจะช่วยให้ช่างวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น

ลองสังเกตว่าเสียงเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด

เลี้ยวตอนรถจอดอยู่กับที่
อาจเกี่ยวข้องกับระบบบังคับเลี้ยวหรือชุดโช้คบางส่วน

เลี้ยวช้า ๆ พร้อมเคลื่อนรถ
ควรตรวจสอบระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว

เลี้ยวสุดแล้วเร่งเครื่อง
ควรให้ความสำคัญกับเพลาขับและข้อต่อที่เกี่ยวข้อง

ผ่านหลุมแล้วมีเสียง
อาจเกี่ยวข้องกับลูกหมาก บุช โช้ค หรือส่วนประกอบช่วงล่างอื่น ๆ

เสียงเกิดตามความเร็วของรถ
ควรแจ้งช่าง เพราะอาจมีสาเหตุจากชิ้นส่วนที่หมุนตามล้อหรือระบบขับเคลื่อน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การตรวจหาสาเหตุทำได้ตรงจุดมากขึ้น

อย่าเปลี่ยนอะไหล่ทันทีเพียงเพราะได้ยินเสียง

ข้อผิดพลาดที่พบได้คือ เมื่อรถมีเสียงผิดปกติ เจ้าของรถอาจรีบซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนโดยยังไม่ได้ตรวจหาสาเหตุที่แน่นอน

แต่เสียงจากช่วงล่างหลายจุดอาจมีลักษณะคล้ายกัน การเปลี่ยนชิ้นส่วนผิดจุดจึงอาจเสียเงินโดยไม่จำเป็น

ทางที่เหมาะสมคือ ให้ช่างตรวจสภาพจริงและหาต้นเหตุของเสียงก่อน แล้วจึงพิจารณาซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่

ขับต่อได้ไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับ สาเหตุและระดับความผิดปกติ

หากเป็นเสียงเล็กน้อยและรถยังควบคุมได้ตามปกติ อาจนำรถไปตรวจที่อู่ใกล้ ๆ ได้ แต่ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ตรวจเป็นเวลานาน

แต่ถ้ามีอาการร่วม เช่น พวงมาลัยหลวม รถดึงอย่างชัดเจน ล้อมีอาการผิดปกติ หรือรู้สึกว่าควบคุมรถได้ยาก ควรหลีกเลี่ยงการขับต่อและให้ช่างตรวจสอบก่อน

เพราะเราไม่สามารถทราบจากเสียงเพียงอย่างเดียวว่าชิ้นส่วนที่มีปัญหาอยู่ในระดับใด

เสียงกึก ๆ ไม่ได้หมายความว่าช่วงล่างเสียทั้งหมด

สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจว่าได้ยินเสียงแล้วต้องเปลี่ยนช่วงล่างทั้งชุด

ระบบช่วงล่างประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายรายการ และแต่ละชิ้นมีหน้าที่แตกต่างกัน

เสียงเดียวกันอาจเกิดจากคนละสาเหตุในรถแต่ละคัน ดังนั้นการตรวจจริงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการระบุปัญหา

ยิ่งตรวจพบเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสแก้ไขได้ตรงจุดก่อนที่ชิ้นส่วนอื่นจะได้รับความเสียหายตามมา

สรุป

รถมีเสียง “กึก ๆ” เวลาเลี้ยว ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดจากลูกหมาก ลูกหมากคันชัก เบ้าโช้ค บุชช่วงล่าง เพลาขับ หรือชิ้นส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง

หากเสียงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือมีอาการ พวงมาลัยหลวม รถดึง ยางสึกผิดปกติ หรือควบคุมรถไม่เหมือนเดิม ควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยเร็ว

เพราะช่วงล่างไม่ใช่เพียงเรื่องของความนุ่มนวล แต่เกี่ยวข้องกับ การควบคุมทิศทางและความปลอดภัยของรถโดยตรง

ได้ยินเสียงกึก ๆ อย่ารอให้เสียงกลายเป็นเสียงดัง เพราะบางครั้งเสียงเล็ก ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดปัญหาใหญ่ได้

📍

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

📞

โทร : 098-261-0126

💬

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

📧

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

📍

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่

ทำไมรถคันเดียวกัน แต่คนละคนใช้ อายุการใช้งานถึงไม่เท่ากัน?

ทำไมรถคันเดียวกัน แต่คนละคนใช้ อายุการใช้งานถึงไม่เท่ากัน?

รถยนต์รุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน และซื้อมาในช่วงเวลาใกล้เค […]

ดับเครื่องทันทีหลังขับทางไกล ทำไมรถบางประเภทไม่ควรทำ?

ดับเครื่องทันทีหลังขับทางไกล ทำไมรถบางประเภทไม่ควรทำ?

หลายคนอาจมีความเคยชินว่า เมื่อขับรถถึงที่หมายแล้วก็ ดับ […]

รถมีเสียงกึก ๆ เวลาเลี้ยว สัญญาณเตือนจากช่วงล่างหรือไม่?

รถมีเสียงกึก ๆ เวลาเลี้ยว สัญญาณเตือนจากช่วงล่างหรือไม่?

เคยไหม? เวลาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถ ไม่ว่าจะเลี้ยวเข้าซอย […]