เคยไหม? กำลังขับรถท่ามกลางสายฝน อยู่ ๆ กระจกหน้ารถเริ่มเป็นฝ้า มองทางข้างหน้าไม่ชัด ยิ่งพยายามเช็ดก็ยิ่งกลับมาเป็นอีก จนต้องลดความเร็วหรือหาที่จอดเพื่อแก้ปัญหา
อาการกระจกเป็นฝ้าขณะฝนตกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิภายในและภายนอกรถแตกต่างกันมาก และหากปล่อยให้ฝ้าบดบังทัศนวิสัยต่อไป อาจเพิ่มความเสี่ยงในการขับขี่อย่างมาก
แล้วถ้ากระจกหน้ารถเป็นฝ้าขณะกำลังขับอยู่ ควรแก้อย่างไรให้กลับมาใสเร็วที่สุด?
1. ทำไมกระจกรถถึงเป็นฝ้าเวลาฝนตก?
สาเหตุหลักมาจาก ความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้น ระหว่างอากาศภายในห้องโดยสารกับพื้นผิวกระจก
เมื่ออากาศภายในรถมีความชื้นสูง และกระจกมีอุณหภูมิต่ำกว่า ไอน้ำในอากาศสามารถควบแน่นเป็นละอองเล็ก ๆ บนกระจก ทำให้เกิดเป็นฝ้าขึ้นมา
ช่วงฝนตก ความชื้นในอากาศภายนอกสูงอยู่แล้ว หากภายในรถมีผู้โดยสารหลายคน หรือมีความชื้นสะสมจากเสื้อผ้าและรองเท้าที่เปียก ก็อาจทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น
2. กระจกหน้ารถเป็นฝ้า ควรเปิดอะไร?
วิธีที่สะดวกที่สุดคือใช้ โหมดไล่ฝ้ากระจกหน้า (Defog/Defrost) หากรถมีระบบดังกล่าว
โดยทั่วไปให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เปิดระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า
ขั้นตอนที่ 2 ปรับทิศทางลมให้เป่าไปยังกระจกหน้า
ขั้นตอนที่ 3 เปิดแอร์ เพื่อช่วยลดความชื้นในอากาศภายในห้องโดยสาร
ขั้นตอนที่ 4 หากมีการเปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายในรถอยู่ ให้ลองปิดและให้อากาศจากภายนอกเข้ามา
ขั้นตอนที่ 5 ปรับอุณหภูมิและแรงลมให้เหมาะสมจนกระจกเริ่มกลับมาใส
สิ่งสำคัญคือ อย่ารอจนฝ้าขึ้นเต็มกระจก เพราะยิ่งบดบังทัศนวิสัยมาก การแก้ปัญหาขณะรถกำลังเคลื่อนที่ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
3. ทำไมเปิดแอร์แล้วกระจกจึงใสขึ้น?
หลายคนอาจสงสัยว่า ฝนตกและอากาศเย็นอยู่แล้ว ทำไมต้องเปิดแอร์?
เหตุผลคือ ระบบปรับอากาศของรถไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้อากาศเย็น แต่ยังช่วย ลดความชื้นในอากาศภายในห้องโดยสาร ด้วย
เมื่อความชื้นลดลง โอกาสที่ไอน้ำจะควบแน่นบนกระจกก็ลดลงตามไปด้วย
ดังนั้น หากกระจกหน้ารถเป็นฝ้า การเปิดแอร์ร่วมกับโหมดไล่ฝ้าจึงสามารถช่วยให้กระจกกลับมาใสได้เร็วขึ้น
4. ถ้าฝ้าอยู่ด้านนอกกระจก ต้องทำอย่างไร?
ต้องสังเกตให้ได้ก่อนว่า ฝ้าอยู่ด้านในหรือด้านนอก
หากเป็นละอองน้ำหรือฝ้าที่เกิดจากด้านนอกกระจก การเปิดระบบไล่ฝ้าภายในรถอาจไม่ได้แก้ปัญหาโดยตรง
กรณีนี้ควรใช้ ที่ปัดน้ำฝน เพื่อกำจัดน้ำออกจากกระจก และตรวจสอบว่าใบปัดน้ำฝนยังทำงานได้ดีหรือไม่
หากปัดแล้วกระจกยังมีคราบน้ำเป็นเส้น ๆ หรือมีบริเวณที่ใบปัดไม่สามารถกวาดน้ำออกได้ อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
5. อย่าใช้มือเช็ดกระจกขณะกำลังขับ
เมื่อกระจกเป็นฝ้า บางคนอาจใช้มือหรือผ้าเช็ดทันที แต่การเอื้อมมือไปเช็ดกระจกขณะรถกำลังวิ่ง ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย
เพราะผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนนและอาจเสียสมาธิในการควบคุมรถ
หากมองทางไม่ชัดจนไม่สามารถขับต่อได้อย่างปลอดภัย ควรลดความเร็วและหาจุดจอดที่ปลอดภัยก่อน แล้วจึงจัดการกับฝ้า
6. ทำไมกระจกถึงเป็นฝ้าบ่อยกว่าปกติ?
หากรถของคุณเกิดฝ้าบ่อย แม้ไม่ได้มีฝนตกหนัก อาจต้องลองตรวจสอบสภาพภายในรถด้วย
สาเหตุที่ทำให้ความชื้นภายในห้องโดยสารสูงขึ้นอาจมาจาก
- เสื้อผ้าหรือรองเท้าที่เปียกฝน
- พรมรถมีความชื้นสะสม
- มีน้ำเข้าไปในห้องโดยสาร
- ระบบปรับอากาศทำงานผิดปกติ
- กรองแอร์สกปรกหรืออุดตัน
- มีการเปิดโหมดหมุนเวียนอากาศภายในเป็นเวลานาน
- มีผู้โดยสารหลายคน ทำให้ความชื้นในห้องโดยสารเพิ่มขึ้น
หากพบว่ารถเป็นฝ้าบ่อยผิดปกติ ควรตรวจหาสาเหตุแทนที่จะใช้วิธีเช็ดกระจกทุกครั้ง
7. ใบปัดน้ำฝนก็สำคัญไม่แพ้ระบบไล่ฝ้า
ช่วงฝนตก ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระจกที่ใสเพียงอย่างเดียว แต่ ใบปัดน้ำฝน ก็มีส่วนสำคัญมาก
หากใบปัดเสื่อม อาจทำให้เกิดคราบน้ำ รอยปาด หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถกวาดน้ำออกได้อย่างทั่วถึง
ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝนจึงควรตรวจสอบว่าใบปัดน้ำฝนยังสามารถกวาดน้ำได้เรียบสนิทหรือไม่
หากปัดแล้วมีเสียงดัง สั่น หรือทิ้งคราบน้ำไว้บนกระจก ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่
8. กระจกสะอาดช่วยลดปัญหาการมองเห็น
คราบมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรกบนกระจกสามารถทำให้การมองเห็นแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อเจอแสงไฟจากรถคันอื่นในช่วงกลางคืน
ดังนั้น การทำความสะอาดกระจกทั้งด้านในและด้านนอกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะด้านในของกระจกหน้า ซึ่งหลายคนมักละเลยและทำความสะอาดเฉพาะด้านนอก
9. หากฝ้าขึ้นจนมองไม่เห็น ควรทำอย่างไร?
หากฝ้าขึ้นจนบดบังทัศนวิสัยอย่างมาก ไม่ควรฝืนขับต่อ
ให้ลดความเร็ว เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อจำเป็นตามสถานการณ์ และหาจุดจอดที่ปลอดภัยเพื่อจัดการกับฝ้าก่อน
อย่าพยายามขับต่อเพียงเพราะคิดว่า “เดี๋ยวฝ้าก็หาย” เพราะเพียงไม่กี่วินาทีที่มองเห็นถนนไม่ชัด ก็อาจทำให้ไม่ทันเห็นรถคันหน้า คนเดินถนน หรือสิ่งกีดขวางได้
สรุป
กระจกเป็นฝ้าขณะฝนตกเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้น โดยวิธีแก้ที่เหมาะสมคือใช้โหมดไล่ฝ้ากระจกหน้า เปิดแอร์ และปรับระบบหมุนเวียนอากาศให้เหมาะสม
หากน้ำหรือฝ้าอยู่ด้านนอกกระจก ให้ใช้ที่ปัดน้ำฝนช่วยกำจัดน้ำ และควรตรวจสอบสภาพใบปัดน้ำฝนเป็นประจำ
ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าฝืนขับรถหากมองทางไม่ชัด เพราะทัศนวิสัยที่ลดลงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
การเตรียมรถให้พร้อมรับมือกับฝน ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ใบปัดน้ำฝน กระจก และระบบไฟต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะก่อนเดินทางในช่วงฤดูฝน

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

โทร : 098-261-0126

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่




