รถยนต์รุ่นใหม่จำนวนมากมาพร้อมระบบนำทางที่ติดตั้งอยู่ในตัวรถ ทำให้ผู้ขับสามารถค้นหาสถานที่ วางเส้นทาง และเดินทางไปยังจุดหมายได้โดยไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว
แต่เมื่อใช้งานไปหลายปี หลายคนอาจสงสัยว่า “แผนที่ในรถจำเป็นต้องอัปเดตหรือไม่?”
เพราะถนนไม่ได้อยู่เหมือนเดิมตลอดเวลา มีการสร้างถนนใหม่ ปิดถนน เปลี่ยนเส้นทาง สร้างทางยกระดับ เพิ่มจุดกลับรถ รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เปิดหรือปิดกิจการ
ดังนั้น ระบบนำทางที่ไม่ได้อัปเดตเป็นเวลานาน อาจมีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ตรงกับสภาพการเดินทางในปัจจุบันได้
1. แผนที่ในรถไม่ได้มีข้อมูลที่อัปเดตตลอดเวลาเสมอไป
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือ ระบบนำทางติดรถกับระบบนำทางออนไลน์ไม่ได้ทำงานเหมือนกันทุกคัน
ระบบบางรุ่นเก็บข้อมูลแผนที่ไว้ในหน่วยความจำของรถ จึงใช้ข้อมูลแผนที่ตามเวอร์ชันที่ติดตั้งไว้
เมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของถนน
ส่วนรถบางรุ่นสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและรับข้อมูลใหม่ผ่านระบบของผู้ผลิต หรืออาจใช้บริการแผนที่จากระบบออนไลน์ ซึ่งวิธีการอัปเดตจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและระบบของรถ
ดังนั้น ก่อนอัปเดตควรตรวจสอบก่อนว่า รถใช้ระบบนำทางแบบใด และผู้ผลิตกำหนดวิธีอัปเดตไว้อย่างไร
2. ถนนใหม่อาจไม่มีอยู่ในแผนที่เวอร์ชันเก่า
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ควรอัปเดตแผนที่คือ โครงข่ายถนนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด
ตัวอย่างเช่น
- ถนนเส้นใหม่เปิดใช้งาน
- ทางหลวงมีการปรับแนวเส้นทาง
- มีการสร้างสะพานหรือทางยกระดับ
- มีการเปิดทางเชื่อมใหม่
- มีการเปลี่ยนทิศทางการจราจร
- จุดกลับรถหรือทางแยกมีการเปลี่ยนแปลง
หากระบบนำทางยังใช้ฐานข้อมูลเก่า ระบบอาจไม่รู้จักเส้นทางบางช่วง หรือคำนวณเส้นทางโดยอาศัยข้อมูลเดิม
อย่างไรก็ตาม ความถูกต้องของเส้นทางยังขึ้นอยู่กับระบบนำทางและข้อมูลจราจรที่รถแต่ละรุ่นรองรับด้วย
3. จุดหมายปลายทางก็เปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน
ไม่ใช่แค่ถนนเท่านั้นที่เปลี่ยน แต่ ข้อมูลสถานที่บนแผนที่ก็เปลี่ยนได้
ร้านค้า โรงแรม ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล สถานีชาร์จรถไฟฟ้า หรือสถานที่ให้บริการต่าง ๆ อาจมีการเปิดใหม่ ย้ายสถานที่ หรือปิดกิจการ
หากฐานข้อมูลสถานที่ในรถเก่าเกินไป ผู้ขับอาจค้นหาสถานที่ที่ไม่มีอยู่แล้ว หรือไม่พบสถานที่ใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ
โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ระบบนำทางเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างจังหวัดเป็นประจำ การมีฐานข้อมูลที่ทันสมัยอาจช่วยให้ค้นหาจุดหมายได้สะดวกขึ้น
4. แล้วถ้าไม่อัปเดต จะใช้ระบบนำทางไม่ได้หรือไม่?
ไม่จำเป็นว่าจะใช้งานไม่ได้
ในหลายระบบ แผนที่เวอร์ชันเก่ายังคงสามารถนำทางตามข้อมูลที่มีอยู่ได้ เพียงแต่ข้อมูลบางอย่างอาจไม่ตรงกับสภาพจริงในปัจจุบัน
ตัวอย่างเช่น ระบบยังสามารถนำทางไปยังถนนที่มีอยู่เดิม แต่ไม่รู้จักถนนใหม่ที่เพิ่งเปิด
ดังนั้นคำว่า “จำเป็นต้องอัปเดต” จึงควรพิจารณาจาก อายุของข้อมูลแผนที่และลักษณะการใช้งานของเจ้าของรถ มากกว่าจะมองว่าเป็นข้อบังคับสำหรับรถทุกคัน
5. คนที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อยควรให้ความสำคัญมากขึ้น
หากใช้รถอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นหลัก และรู้จักเส้นทางโดยรอบอยู่แล้ว ผลกระทบจากแผนที่เก่าอาจไม่มากนัก
แต่สำหรับคนที่
- เดินทางต่างจังหวัดเป็นประจำ
- ขับรถไปพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย
- ใช้ระบบนำทางในการทำงาน
- เดินทางไปสถานที่ใหม่บ่อย
- ใช้รถเดินทางระยะไกลเป็นประจำ
การมีข้อมูลแผนที่ที่ทันสมัยอาจมีประโยชน์มากกว่า เพราะต้องพึ่งข้อมูลเส้นทางมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้แผนที่จะอัปเดตล่าสุดแล้ว ผู้ขับก็ควรสังเกต ป้ายจราจรและสภาพถนนจริง อยู่เสมอ
6. ก่อนอัปเดตควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์แผนที่จากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาแล้วนำมาติดตั้งกับรถทันที
ควรตรวจสอบจากข้อมูลของผู้ผลิตรถหรือผู้ให้บริการระบบนำทางก่อนว่า
รถรุ่นนี้ใช้แผนที่เวอร์ชันใด
จากนั้นตรวจสอบว่า
- ปัจจุบันใช้แผนที่เวอร์ชันอะไร
- มีเวอร์ชันใหม่หรือไม่
- อัปเดตผ่านช่องทางใด
- ต้องใช้ USB หรือสื่อบันทึกข้อมูลหรือไม่
- ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่
- มีค่าใช้จ่ายหรือไม่
- ต้องใช้รหัสหรือบัญชีของเจ้าของรถหรือไม่
ขั้นตอนเหล่านี้แตกต่างกันตามยี่ห้อ รุ่น และปีของรถ จึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกันกับรถทุกคัน
7. การอัปเดตแผนที่ไม่เหมือนกับการอัปเดตซอฟต์แวร์รถ
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ออกคือ “แผนที่” กับ “ซอฟต์แวร์ระบบรถ” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
การอัปเดตแผนที่มักเกี่ยวข้องกับข้อมูลถนนและสถานที่
ขณะที่การอัปเดตซอฟต์แวร์อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบสาระบันเทิง ระบบเชื่อมต่อ หรือฟังก์ชันอื่น ๆ ของรถ
ดังนั้นก่อนติดตั้งไฟล์ใด ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นการอัปเดตประเภทใด และตรงกับระบบของรถหรือไม่
8. ถ้าใช้โทรศัพท์นำทางอยู่แล้ว ยังต้องอัปเดตแผนที่ในรถหรือไม่?
สำหรับบางคนอาจไม่จำเป็นต้องให้ระบบนำทางในรถเป็นระบบหลัก เพราะใช้โทรศัพท์มือถือกับแอปนำทางที่มีข้อมูลออนไลน์เป็นประจำ
แต่ระบบนำทางติดรถก็ยังอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น ใช้งานร่วมกับหน้าจอรถ หรือใช้เป็นระบบสำรองเมื่อโทรศัพท์มีปัญหา
จึงขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของรถ ใช้ระบบใดเป็นหลัก
หากแทบไม่ได้ใช้ระบบนำทางในรถเลย การอัปเดตอาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่ากับรถที่ต้องพึ่งระบบนี้ในการเดินทางเป็นประจำ
9. รถมือสองควรตรวจระบบนำทางด้วย
สำหรับคนที่กำลังซื้อรถมือสอง นอกจากตรวจสภาพเครื่องยนต์ ตัวถัง และระบบต่าง ๆ แล้ว หากรถมีระบบนำทางติดตั้งมาจากโรงงาน ก็ควรทดลองใช้งานด้วย
ลองตรวจสอบว่า
- ระบบเปิดใช้งานได้หรือไม่
- หน้าจอทำงานปกติหรือไม่
- GPS สามารถระบุตำแหน่งได้หรือไม่
- ค้นหาสถานที่ได้หรือไม่
- ระบบสามารถคำนวณเส้นทางได้หรือไม่
- ข้อมูลแผนที่เป็นเวอร์ชันใด
- มีบัญชีหรือบริการใดผูกอยู่กับรถหรือไม่
เพราะระบบนำทางเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถ และบางรุ่นอาจมีขั้นตอนหรือค่าใช้จ่ายในการอัปเดตที่แตกต่างกัน
10. อย่าพึ่งระบบนำทางจนลืมดูถนนจริง
แม้จะใช้แผนที่เวอร์ชันใหม่ แต่ระบบนำทางก็ไม่ได้หมายความว่าจะรู้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนแบบทันทีเสมอไป
ในระหว่างเดินทางอาจมี
- อุบัติเหตุ
- งานก่อสร้าง
- การปิดถนนชั่วคราว
- การเบี่ยงช่องจราจร
- น้ำท่วม
- เจ้าหน้าที่จัดการจราจรเป็นกรณีพิเศษ
เหตุการณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลังจากข้อมูลแผนที่ถูกจัดทำหรืออัปเดตแล้ว
ดังนั้นหลักสำคัญคือ ใช้ระบบนำทางเป็นตัวช่วย แต่ให้การสังเกตป้ายจราจรและสภาพถนนจริงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
สรุป
รถที่มีระบบนำทางในตัวไม่จำเป็นต้องอัปเดตแผนที่ทุกคันในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะแต่ละยี่ห้อและรุ่นใช้ระบบแตกต่างกัน และความจำเป็นในการอัปเดตก็ขึ้นอยู่กับอายุของข้อมูลและรูปแบบการใช้งาน
หากรถถูกใช้งานเดินทางต่างจังหวัดบ่อย หรือจำเป็นต้องพึ่งระบบนำทางเป็นประจำ การตรวจสอบว่าแผนที่เป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ
ก่อนอัปเดต ควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตรถหรือผู้ให้บริการระบบโดยตรง และใช้วิธีติดตั้งที่ตรงกับรุ่นรถ
ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าระบบนำทางจะทันสมัยแค่ไหน ผู้ขับก็ยังต้องดูป้ายจราจรและสภาพถนนจริงประกอบเสมอ เพราะข้อมูลบนหน้าจอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการเดินทาง ไม่ใช่สิ่งที่สามารถแทนการตัดสินใจของผู้ขับขี่ได้ทั้งหมด

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

โทร : 098-261-0126

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่



