สำหรับคนที่ต้องใช้รถไปทำงานทุกวัน การหาที่จอดรถในร่มอาจไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนต้องจอดรถกลางแจ้งตั้งแต่เช้าจนเย็น และต้องเจอกับทั้งแสงแดด ความร้อน ฝน ฝุ่น และความชื้นเป็นประจำ
แม้รถจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานกลางแจ้งได้ แต่การจอดตากแดดและสภาพอากาศเป็นเวลานานทุกวันก็สามารถทำให้วัสดุบางส่วนเสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้
ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงการจอดกลางแจ้งไม่ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การกังวลจนเกินไป แต่คือ รู้ว่าจุดไหนควรดูแลเป็นพิเศษ และลดการสะสมของความร้อนหรือความชื้นให้เหมาะสม
1. สีรถและชั้นเคลือบผิว
ส่วนแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ สีตัวรถ
แสงแดดและรังสี UV รวมถึงความร้อน สามารถส่งผลต่อชั้นเคลือบผิวของรถเมื่อได้รับเป็นเวลานาน โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดกลางแจ้งทุกวัน
นอกจากนี้ คราบมูลนก ยางไม้ ฝุ่น หรือคราบต่าง ๆ หากเกาะอยู่บนตัวรถเป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดรอยหรือทำลายพื้นผิวได้
สิ่งที่เจ้าของรถทำได้คือ
- ล้างรถอย่างเหมาะสม
- ไม่ปล่อยคราบสกปรกทิ้งไว้นาน
- ใช้ผ้าหรืออุปกรณ์ที่เหมาะกับการทำความสะอาดรถ
- หากมีพื้นที่และสะดวก อาจใช้ผ้าคลุมรถที่เหมาะสม
การดูแลสม่ำเสมอสำคัญกว่าการรอให้สีรถเริ่มซีดแล้วค่อยแก้ไข
2. ยางขอบประตูและซีลยาง
ยางรอบประตู กระจก และช่องต่าง ๆ เป็นอีกส่วนที่ควรให้ความสนใจ เพราะต้องสัมผัสกับความร้อนและสภาพอากาศอยู่เป็นประจำ
เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ยางอาจแข็ง กรอบ หรือมีรอยแตกลายงา
หากซีลยางเสื่อมมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเสียงลม เสียงรบกวน หรือการป้องกันน้ำจากภายนอกได้
เจ้าของรถจึงควรตรวจดูเป็นระยะว่ามีรอยฉีกขาด หลุด หรือแข็งผิดปกติหรือไม่
3. แผงหน้าปัดและวัสดุภายในห้องโดยสาร
ภายในรถที่จอดกลางแดดสามารถสะสมความร้อนได้สูง โดยเฉพาะบริเวณแผงหน้าปัดและชิ้นส่วนที่อยู่ใกล้กระจกหน้า
ความร้อนสะสมเป็นประจำอาจส่งผลต่อวัสดุภายในเมื่อรถมีอายุการใช้งานมากขึ้น
วิธีลดความร้อนที่ทำได้ง่ายคือ ใช้ม่านบังแดดบริเวณกระจกหน้า เมื่อจอดรถเป็นเวลานาน
นอกจากช่วยลดแสงแดดโดยตรงแล้ว ยังช่วยลดความร้อนที่สะสมบริเวณห้องโดยสารได้อีกทางหนึ่ง
4. เบาะและวัสดุหุ้มภายใน
เบาะรถ โดยเฉพาะวัสดุที่มีสีเข้มหรือดูดซับความร้อน อาจมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อรถจอดกลางแดด
หากรถมีเบาะหนังหรือวัสดุสังเคราะห์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลที่เหมาะกับวัสดุนั้น และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับพื้นผิวดังกล่าว
สำหรับเบาะผ้า ควรระวังเรื่องความชื้นและคราบต่าง ๆ เพราะเมื่อเกิดทั้งความร้อนและความชื้นภายในรถ อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
5. พวงมาลัยและชิ้นส่วนที่สัมผัสโดยตรง
พวงมาลัยเป็นจุดที่ได้รับความร้อนโดยตรงจากแสงแดดผ่านกระจกหน้า
หลังจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน พวงมาลัยอาจร้อนจนไม่สามารถจับได้ทันที
นอกจากใช้ม่านบังแดดแล้ว หากเป็นไปได้ควรเลือกตำแหน่งจอดที่ช่วยลดการรับแดดโดยตรง หรือใช้วัสดุป้องกันที่เหมาะสม
และก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบอุณหภูมิของพื้นผิวต่าง ๆ ก่อนจับหรือสัมผัส เพื่อป้องกันการลวกหรือความไม่สบายขณะเริ่มขับรถ
6. ยางรถยนต์
แม้ยางจะต้องสัมผัสพื้นถนนและสภาพอากาศเป็นเรื่องปกติ แต่การจอดกลางแจ้งเป็นเวลานานก็ทำให้ยางต้องเผชิญกับความร้อนและรังสี UV อย่างต่อเนื่อง
เจ้าของรถควรตรวจสอบ
- รอยแตกลายงา
- รอยบวม
- สภาพแก้มยาง
- ความลึกของดอกยาง
- อายุของยาง
- แรงดันลม
ไม่ควรดูเฉพาะว่าดอกยางยังเหลือหรือไม่ เพราะยางสามารถเสื่อมตามอายุและสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน
7. ใบปัดน้ำฝน
ใบปัดน้ำฝนเป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับแดดและความร้อนโดยตรงเป็นประจำ หากรถจอดกลางแจ้งทุกวัน ยางของใบปัดอาจเสื่อมสภาพตามเวลา
สัญญาณที่ควรสังเกต เช่น
- ปัดแล้วทิ้งคราบ
- ปัดไม่สะอาด
- ใบปัดกระโดดบนกระจก
- มีเสียงดังขณะปัด
- ยางใบปัดแข็งหรือแตกลายงา
หากพบอาการเหล่านี้ควรตรวจสอบและเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา เพื่อให้มองเห็นทางได้ชัดเจนเมื่อฝนตก
8. ไฟหน้าและชิ้นส่วนพลาสติกภายนอก
โคมไฟหน้าและชิ้นส่วนพลาสติกภายนอกบางชนิดต้องเจอแสงแดดและความร้อนเป็นประจำ
เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิว เช่น ความขุ่นหรือสีซีดในบางส่วน
เจ้าของรถควรทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและสังเกตสภาพของชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นระยะ
หากไฟหน้าขุ่นจนส่งผลต่อการส่องสว่าง ควรพิจารณาแก้ไขให้เหมาะสมแทนการปล่อยทิ้งไว้
9. แบตเตอรี่และห้องเครื่อง
บริเวณห้องเครื่องเป็นพื้นที่ที่มีความร้อนสูงอยู่แล้ว เมื่อรถต้องใช้งานในสภาพอากาศร้อนและจอดกลางแจ้งเป็นประจำ เจ้าของรถควรใส่ใจการบำรุงรักษาตามระยะ
ไม่จำเป็นต้องเปิดฝากระโปรงทุกวัน แต่ควรตรวจสภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อรถมีอาการผิดปกติ เช่น สตาร์ตยาก ไฟเตือนขึ้น หรือระบบไฟทำงานผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเปลี่ยนหรือดัดแปลงระบบระบายความร้อนเองโดยไม่มีความรู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
10. ช่องระบายน้ำและบริเวณที่น้ำอาจสะสม
รถที่จอดกลางแจ้งไม่ได้เจอแค่แดด แต่ยังต้องเจอฝนด้วย
หลังฝนตกหนักควรสังเกตว่ามีน้ำขังบริเวณตัวรถหรือไม่ รวมถึงตรวจว่ามีสิ่งสกปรก เช่น ใบไม้หรือเศษฝุ่นไปอุดตันบริเวณช่องระบายน้ำหรือไม่
หากปล่อยให้ช่องระบายน้ำอุดตัน น้ำอาจไหลไปยังบริเวณที่ไม่ควรมีความชื้นได้
ดังนั้นการรักษาความสะอาดบริเวณร่องและช่องระบายน้ำจึงเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
11. จอดกลางแจ้งทุกวัน ควรทำอะไรเป็นประจำ?
หากหลีกเลี่ยงการจอดกลางแจ้งไม่ได้ สามารถใช้วิธีง่าย ๆ เหล่านี้เพื่อลดผลกระทบ
ใช้ม่านบังแดด
ช่วยลดแสงและความร้อนที่เข้าสู่ห้องโดยสารโดยตรง
หากเลือกได้ ให้จอดในบริเวณที่มีร่มเงา
แต่ควรระวังพื้นที่ใต้ต้นไม้ที่อาจมีมูลนก ยางไม้ หรือกิ่งไม้ตกใส่รถ
ทำความสะอาดคราบต่าง ๆ โดยไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน
โดยเฉพาะคราบที่เกิดจากธรรมชาติ
ตรวจยางและซีลยางเป็นระยะ
เพื่อสังเกตการเสื่อมสภาพตั้งแต่ระยะแรก
ตรวจใบปัดน้ำฝนและระบบไฟ
เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับทัศนวิสัยและความปลอดภัย
ล้างรถอย่างเหมาะสม
ไม่จำเป็นต้องล้างทุกวัน แต่ควรดูแลให้คราบต่าง ๆ ไม่สะสมเป็นเวลานาน
12. สิ่งที่ไม่ควรทำเพียงเพราะรถจอดกลางแดด
เมื่อรถร้อนจัด หลายคนอาจพยายามลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วด้วยวิธีต่าง ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดกับพื้นผิวที่ร้อนมากโดยตรง
หลังขึ้นรถ ควรเปิดประตูหรือกระจกเพื่อช่วยระบายอากาศในช่วงแรก และใช้ระบบปรับอากาศตามปกติ
นอกจากนี้ไม่ควรทิ้งสิ่งของที่ไวต่อความร้อน เช่น กระป๋องสเปรย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิด หรือสิ่งของที่ผู้ผลิตระบุว่าไม่ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิสูงไว้ภายในรถ
สรุป
การจอดรถกลางแจ้งทุกวันไม่ได้หมายความว่ารถจะเสียหายทันที แต่ แสงแดด ความร้อน ฝน และความชื้นสามารถเร่งการเสื่อมสภาพของวัสดุบางส่วนได้เมื่อสะสมเป็นเวลานาน
จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ สีรถ ซีลยาง เบาะและแผงหน้าปัด ยางรถยนต์ ใบปัดน้ำฝน ไฟหน้า และบริเวณช่องระบายน้ำ
หากไม่สามารถเปลี่ยนสถานที่จอดได้ การใช้ม่านบังแดด ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ตรวจสภาพรถเป็นระยะ และรีบจัดการเมื่อพบความผิดปกติ ก็สามารถช่วยลดผลกระทบจากการจอดกลางแจ้งและยืดอายุการใช้งานของรถได้
เพราะการดูแลรถที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซ่อมราคาแพง แต่เริ่มได้จาก การรู้ว่าจุดไหนกำลังได้รับผลกระทบ และดูแลก่อนที่ปัญหาจะสะสมจนกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

โทร : 098-261-0126

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่



