การนั่งท้ายรถกระบะเป็นภาพที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเดินทางเป็นกลุ่มหรือการใช้รถเพื่อขนส่งคนในบางพื้นที่ แต่หลายคนอาจสงสัยว่า หากผู้โดยสารนั่งท้ายกระบะแล้วเกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ จะสามารถใช้สิทธิ์จาก พ.ร.บ. ได้หรือไม่?
คำตอบคือ โดยหลักแล้ว พ.ร.บ. มุ่งคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย และความคุ้มครองไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโดยสารเท่านั้น ดังนั้น ผู้โดยสารที่อยู่ในรถและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสามารถมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ. ได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของเหตุการณ์เป็นรายกรณี
นั่งท้ายกระบะแล้วเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จ่ายหรือไม่?
สิ่งสำคัญคือ พ.ร.บ. มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย
ดังนั้น หากผู้โดยสารนั่งท้ายรถกระบะแล้วเกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิ์เพียงเพราะผู้โดยสารไม่ได้อยู่ในห้องโดยสาร
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่าง “สิทธิ์ตาม พ.ร.บ.” กับ “การกระทำผิดกฎจราจรหรือเงื่อนไขการโดยสาร” เพราะการนั่งท้ายรถในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายอาจมีประเด็นเรื่องความผิดหรือความปลอดภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้บาดเจ็บจะไม่มีสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. โดยอัตโนมัติ
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง?
ความคุ้มครองหลักของ พ.ร.บ. เป็นเรื่อง ชีวิต ร่างกาย และอนามัย ไม่ใช่การชดเชยความเสียหายของตัวรถ
สำหรับค่าเสียหายเบื้องต้น หากได้รับบาดเจ็บ สามารถได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด
กรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต จะมีค่าเสียหายเบื้องต้นตามประเภทความเสียหาย โดยกรณีเสียชีวิตมีค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อคน และหากมีความเสียหายหลายประเภท จำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันมีหลักเกณฑ์ตามกรมธรรม์
นอกจากค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว หากเข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง ผู้ประสบภัยอาจได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม เช่น ค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายจริงไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอาจมีวงเงินตามที่กำหนดในกรมธรรม์
แล้วถ้าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิดล่ะ?
กรณีนี้ต้องแยก ผู้โดยสาร ออกจาก ผู้ขับขี่
ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บจากรถสามารถมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ. แม้ผู้ขับขี่รถคันนั้นจะเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
แต่สำหรับผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัยเอง หากเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด กรอบการได้รับค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. ของรถคันตนเองจะมีข้อจำกัด โดยหลักจะได้รับไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ขณะที่ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายถูกสามารถมีสิทธิ์เรียกร้องจากฝ่ายที่ต้องรับผิดได้
ถ้ามีผู้โดยสารหลายคน ทุกคนใช้สิทธิ์ได้ไหม?
หากผู้โดยสารหลายคนได้รับบาดเจ็บ แต่ละคนถือเป็นผู้ประสบภัยที่ต้องพิจารณาสิทธิ์ของตนเอง
การจ่ายจึงไม่ได้หมายความว่า “มีเงินก้อนเดียวแล้วแบ่งให้ทุกคน” แบบเหมารวม แต่จะพิจารณาความเสียหายและสิทธิ์ของผู้ประสบภัยแต่ละรายตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.
ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้โดยสารหลายคนได้รับบาดเจ็บ ควรเก็บเอกสารการรักษาและหลักฐานของผู้ประสบภัยแต่ละคนไว้ให้ครบ
นั่งท้ายกระบะผิดกฎหมาย แล้ว พ.ร.บ. ยังจ่ายหรือไม่?
นี่เป็นประเด็นที่หลายคนเข้าใจผิด
การโดยสารในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ไม่ควรตีความทันทีว่า “ไม่มีสิทธิ์ พ.ร.บ.”
กฎหมายจราจรมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโดยสารรถกระบะและการนั่งในลักษณะที่ปลอดภัย โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสาร ลักษณะการโดยสาร และความเร็วของรถในบางกรณี
ส่วน พ.ร.บ. เป็นระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งพิจารณาสิทธิ์จากการได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยตามเงื่อนไขที่กำหนด
ดังนั้น หากเกิดอุบัติเหตุ ควรแยกเรื่อง ความผิดตามกฎหมายจราจร ออกจาก สิทธิในการขอรับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.
หากเกิดเหตุ ควรทำอย่างไร?
เมื่อมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการรักษาและแจ้งข้อมูลการเกิดเหตุให้ชัดเจน
ควรเก็บเอกสารสำคัญ เช่น
- ใบเสร็จหรือเอกสารค่ารักษาพยาบาล
- เอกสารประจำตัวของผู้บาดเจ็บ
- หลักฐานเกี่ยวกับรถที่เกิดเหตุ
- เอกสารหรือหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุ
- ใบรับรองแพทย์ หากมีความเสียหายที่ต้องใช้ประกอบการเรียกร้อง
สำหรับค่าเสียหายเบื้องต้น การร้องขอโดยทั่วไปต้องดำเนินการภายใน 180 วันนับแต่วันที่เกิดความเสียหาย พร้อมหลักฐานตามประเภทความเสียหาย
อย่าลืมว่า พ.ร.บ. ไม่ใช่ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
อีกเรื่องที่ควรเข้าใจคือ พ.ร.บ. กับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นคนละส่วนกัน
พ.ร.บ. เน้นการคุ้มครองผู้ประสบภัยด้านชีวิต ร่างกาย และอนามัยตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจจะมีความคุ้มครองเพิ่มเติมตามประเภทกรมธรรม์ เช่น ความเสียหายต่อตัวรถยนต์และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ดังนั้น หากรถมีทั้ง พ.ร.บ. และประกันภัยภาคสมัครใจ เมื่อเกิดอุบัติเหตุควรแจ้งบริษัทประกันและสอบถามสิทธิ์ที่สามารถใช้ได้ให้ครบถ้วน
สรุป
ผู้โดยสารนั่งท้ายรถกระบะแล้วเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิ์จาก พ.ร.บ. เพียงเพราะนั่งอยู่ท้ายกระบะ
หากได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย สามารถมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยค่าเสียหายเบื้องต้นสามารถขอรับได้โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดให้เสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม การนั่งท้ายรถกระบะในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยยังมีประเด็นด้านกฎหมายจราจรและความเสี่ยงต่อชีวิต ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการโดยสารและเลือกวิธีเดินทางที่ปลอดภัย เพราะต่อให้มี พ.ร.บ. ก็ไม่สามารถทดแทนความปลอดภัยที่ควรมีตั้งแต่ต้นได้

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

โทร : 098-261-0126

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่




