รถใหม่ต้องตรวจสภาพและดูแลอะไรบ้างในช่วงปีแรก? เช็กให้ครบ รถใช้ได้นานและลดปัญหาจุกจิก

รถใหม่ต้องตรวจสภาพและดูแลอะไรบ้างในช่วงปีแรก? เช็กให้ครบ รถใช้ได้นานและลดปัญหาจุกจิก

หลายคนมีความเข้าใจว่า รถใหม่ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก เพราะชิ้นส่วนทุกอย่างยังใหม่ จึงสามารถขับใช้งานได้ตามปกติโดยไม่ต้องตรวจเช็กจนกว่าจะถึงกำหนดเข้าศูนย์บริการ

แต่ความจริงแล้ว แม้จะเป็นรถใหม่ การดูแลในช่วงปีแรกก็มีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่เจ้าของรถกำลังเริ่มใช้งานรถจริง และเป็นโอกาสสำคัญในการสังเกตว่ารถมีอาการผิดปกติหรือไม่ รวมถึงช่วยรักษาสภาพรถและการรับประกันตามเงื่อนไขของผู้ผลิต

1. เช็กระยะตามที่ผู้ผลิตกำหนด

สิ่งแรกที่เจ้าของรถใหม่ไม่ควรมองข้ามคือ การเข้ารับบริการตามระยะ

รถแต่ละรุ่นอาจกำหนดระยะเวลาและระยะทางในการเข้าศูนย์แตกต่างกัน บางรุ่นอาจกำหนดตามจำนวนกิโลเมตรหรือจำนวนเดือน แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน

การเช็กระยะอาจมีทั้งการเปลี่ยนถ่ายของเหลว ตรวจระบบเบรก ตรวจช่วงล่าง ตรวจยาง และตรวจระบบต่าง ๆ ตามรายการของรถรุ่นนั้น

ดังนั้นหลังออกรถควรเก็บสมุดรับประกัน คู่มือ และเอกสารการเข้าศูนย์ไว้ให้ครบ และตรวจสอบกำหนดเช็กระยะให้ชัดเจน

2. อย่ารอให้ไฟเตือนขึ้นแล้วค่อยตรวจ

รถใหม่ก็สามารถมีปัญหาได้ แม้โอกาสจะน้อยกว่ารถที่ใช้งานมานาน

เจ้าของรถควรสังเกตไฟเตือนบนหน้าปัดอยู่เสมอ หากมีไฟเตือนที่ไม่เคยขึ้นมาก่อน หรือไฟเตือนยังคงติดหลังสตาร์ตรถแล้ว ควรตรวจสอบคู่มือและนำรถเข้าตรวจตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ หากรถมีเสียงแปลก ๆ สั่นผิดปกติ เร่งไม่ขึ้น หรือมีของเหลวรั่วใต้รถ ก็ควรแจ้งศูนย์บริการ ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเล็กเพียงเพราะรถยังใหม่

3. ตรวจแรงดันลมยางเป็นประจำ

ยางเป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับถนนโดยตรง จึงควรให้ความสำคัญตั้งแต่วันแรกที่ใช้รถ

ควรตรวจแรงดันลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด และตรวจเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล

นอกจากแรงดันลมแล้ว ควรสังเกตสภาพยางว่ามีรอยบาด บวม แตกลายงา หรือมีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่หรือไม่

4. ดูแลแบตเตอรี่ แม้รถจะยังใหม่

แบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะรถที่จอดเป็นเวลานานหรือใช้งานระยะสั้นบ่อย ๆ

หากรถจอดนานหลายวัน ควรสังเกตว่าการสตาร์ตรถยังเป็นปกติหรือไม่ หากเริ่มมีอาการสตาร์ตช้าหรือระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ ควรให้ช่างตรวจสอบ

สำหรับรถที่มีระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก การดูแลระบบแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้งานก็ยิ่งมีความสำคัญ

5. ตรวจระดับของเหลวต่าง ๆ

แม้รถใหม่จะผ่านการตรวจจากโรงงานและศูนย์บริการมาแล้ว แต่เจ้าของรถก็ควรทำความรู้จักตำแหน่งและวิธีตรวจของเหลวต่าง ๆ ตามที่คู่มือรถระบุ

ตัวอย่างเช่น น้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และน้ำฉีดกระจก รวมถึงของเหลวอื่น ๆ ตามประเภทของรถ

หากพบว่าระดับของเหลวลดลงผิดปกติ หรือมีรอยรั่ว ไม่ควรเติมอย่างเดียวแล้วใช้งานต่อ แต่ควรหาสาเหตุด้วยว่าเหตุใดระดับจึงลดลง

6. ดูแลระบบเบรกตั้งแต่ช่วงแรก

แม้ผ้าเบรกและจานเบรกของรถใหม่จะอยู่ในสภาพดี แต่การใช้งานจริงมีผลต่อการสึกหรอ

เจ้าของรถควรสังเกตอาการ เช่น เหยียบเบรกแล้วรถสั่น มีเสียงผิดปกติ แป้นเบรกมีความรู้สึกเปลี่ยนไป หรือรถมีอาการดึงไปด้านใดด้านหนึ่งขณะเบรก

หากพบความผิดปกติ ควรนำรถเข้าตรวจ ไม่ควรรอจนถึงกำหนดเช็กระยะครั้งถัดไป

7. อย่าละเลยใบปัดน้ำฝนและระบบไฟ

ชิ้นส่วนเล็ก ๆ อย่างใบปัดน้ำฝนก็มีผลต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฝนตก

หากปัดแล้วเป็นคราบ มีเสียงดัง หรือกวาดน้ำออกจากกระจกได้ไม่ดี ควรตรวจสอบหรือเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา

ส่วนไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟถอย ควรตรวจให้ทำงานครบทุกดวง เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการมองเห็นและสื่อสารกับรถคันอื่นบนถนน

8. รถใหม่ก็ต้องล้างและดูแลสีรถ

การดูแลรถใหม่ไม่ได้มีแค่เครื่องยนต์และระบบกลไกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวถังและสีรถด้วย

ควรล้างคราบฝุ่น โคลน มูลนก หรือคราบสารต่าง ๆ ออกจากตัวรถอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้สะสมเป็นเวลานาน เพราะสิ่งสกปรกบางชนิดอาจทำลายพื้นผิวสีได้

หากจอดรถกลางแจ้งเป็นประจำ การหาที่จอดที่เหมาะสมหรือใช้วิธีปกป้องสีรถก็ช่วยรักษาสภาพภายนอกได้

9. เก็บประวัติการดูแลรถเอาไว้

เอกสารการเข้าศูนย์ ใบเสร็จ รายการซ่อม และรายการเปลี่ยนอะไหล่ควรเก็บไว้ให้เป็นระเบียบ

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เมื่อต้องติดตามประวัติการดูแลรถ และยังช่วยให้เจ้าของรถรู้ว่าครั้งล่าสุดมีการตรวจหรือเปลี่ยนอะไรไปแล้วบ้าง

หากรถมีอาการผิดปกติในอนาคต ประวัติการเข้ารับบริการก็สามารถช่วยให้ช่างวิเคราะห์ปัญหาได้ง่ายขึ้น

10. รถใหม่ต้องตรวจสภาพเมื่อไหร่?

เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่าง “การตรวจเช็กและบำรุงรักษารถ” กับ “การตรวจสภาพรถตามกฎหมาย”

รถใหม่ไม่ควรละเลยการบำรุงรักษาตามคู่มือเพียงเพราะยังไม่ถึงกำหนดตรวจสภาพตามกฎหมาย เพราะการตรวจสภาพตามกฎหมายมีวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์แตกต่างจากการเช็กระยะบำรุงรักษาของผู้ผลิต

ดังนั้นเจ้าของรถควรตรวจสอบทั้งกำหนดเช็กระยะจากผู้ผลิต และกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการต่อภาษีหรือการตรวจสภาพรถของตนเองให้ถูกต้อง

สรุป

รถใหม่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแล โดยเฉพาะช่วงปีแรก เจ้าของรถควรให้ความสำคัญกับการเข้าศูนย์ตามระยะ ตรวจแรงดันลมยาง สังเกตไฟเตือน ตรวจของเหลว ระบบเบรก แบตเตอรี่ ระบบไฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

ที่สำคัญ หากพบอาการผิดปกติ ไม่ควรรอให้รถเสียก่อนแล้วค่อยนำไปตรวจ เพราะการพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกมักช่วยลดโอกาสที่ปัญหาจะลุกลาม และทำให้เราใช้งานรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

รถใหม่ที่ดูแลตั้งแต่วันแรก ไม่เพียงช่วยให้รถพร้อมใช้งาน แต่ยังช่วยรักษาสภาพรถและประวัติการดูแลให้ดีไปได้อีกหลายปี

📍

INSpection – ครบวงจรเรื่องต่อทะเบียน ตรวจสภาพ และประกันภัย
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ : 08:00 – 17:00 น.

📞

โทร : 098-261-0126

💬

Line : @idsit
(มี@ข้างหน้า)

📧

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

📍

Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่

รถที่มีระบบนำทางในตัว จำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลแผนที่หรือไม่?

รถที่มีระบบนำทางในตัว จำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลแผนที่หรือไม่?

รถยนต์รุ่นใหม่จำนวนมากมาพร้อมระบบนำทางที่ติดตั้งอยู่ในต […]

รถหนึ่งคันควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไร สำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง?

รถหนึ่งคันควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไร สำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง?

หลายคนวางแผนค่าใช้จ่ายรถยนต์โดยคิดเฉพาะ ค่างวด ค่าน้ำมั […]

รถมีประวัติซ่อมหลายครั้ง แต่ไม่มีใบเสร็จ ควรประเมินข้อมูลอย่างไร?

รถมีประวัติซ่อมหลายครั้ง แต่ไม่มีใบเสร็จ ควรประเมินข้อมูลอย่างไร?

เวลาซื้อรถมือสอง หลายคนมักถามเจ้าของเดิมว่า “รถเคยซ่อมอ […]